1. ความแตกต่างในการพัฒนาระหว่างระบบฝังตัวกับระบบคอมพิวเตอร์ทั่วไป : ในการพัฒนาต้องทำในส่วนของ hardware และ software ควบคู่กันไป โดยผู้พัฒนาจะต้องมีความรู้ในทั้งส่วนของ hardware/software ด้วยเนื่องจากระบบ ES ออกแบบมาด้วย hardware เฉพาะที่ทำหน้าที่เฉพาะ ต่างจากคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่ hardware ไม่ว่าจะมาจากเจ้าไหนก็ทำงานเหมือนกัน และการปรับปรุงระบบ ES หลังจากทำออกมาเป็น product สำเร็จแล้วจะต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมากในการแก้ไข
  2. กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ : ในภาพรวมไม่แตกต่างจากการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ทั่วไป ซึ่งจะประกอบด้วยขั้นตอนต่อไปนี้
      1. การเก็บความต้องการ
      2. การวิเคราะห์ความต้องการ
      3. การวางแผนพัฒนา
      4. การออกแบบภายนอก
        • ศึกษาฟังก์ชั่นจากความต้องการโดยละเอียด
        • กำหนดขอบเขตของฟังก์ชั่นว่าจะทำอะไรถึงแค่ไหน
        • ผลลัพธ์ของขั้นตอนคือเอกสารการออกแบบ
      5. การออกแบบภายใน
        • แจกแจก method ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกับฟังก์ชั่นจากเอกสารออกแบบภายนอก
        • ตัดสินใจเลือกข้อดีข้อเสียของ hardware และ software
        • จัดทำแผนภาพแสดงวงจร และ โปรแกรม ต่างๆ รวมไปจนถึงออกแบบการทดสอบ
      6. การจัดเตรียม
        • ทำการสร้าง hardware ไปพร้อมกับ software
      7. ทดสอบ
        • ทำการทดสอบตามที่กำหนดมาในส่วนของการออกแบบ
        • ทำการหาข้อจำกัดของโปรโตไทพ์
        • ทำการตรวจสอบว่าสามารถขายสินค้าตามที่ออกแบบได้หรือไม่
  3. กระบวนการพัฒนาแบบรับจ้าง (Commissioning development process) : คือการจ้าง software house ให้ทำการพัฒนาระบบตามความต้องการ สัญญาของการพัฒนาเริ่มต้นจาก รายละเอียดของความต้องการไปจนถึงการทดสอบ ดังนั้นจุดสำคัญก็คือ การวิเคราะห์ความต้องการ เพราะไม่งั้นผู้รับจ้างจะไม่สามารถทำระบบออกมาตรงตามความต้องการได้
  4. การบริหารโครงการ (Project Management) : สาเหตุที่ต้องมีการบริหารโครงการก็เนื่องจาก ในการพัฒนาระบบนั้นต้องพัฒนาภายใต้เวลาและงบประมาณที่จำกัด การบริหารจัดการที่ดีจะทำให้เราสามารถประมาณการ ต้นทุนที่จะต้องใช้โดยต้นทุนนี้ก็ได้แก่ เงิน กำลังคน และ เวลา โดยเราสามารถคำนวณขนาดของโครงการได้จาก ปริมาณ ความพยายาม ขนาดของระบบ และ man-hour สำหรับโมเดลที่ช่วยในการพัฒนาระบบนั้นมีหลายแบบ เช่น Waterfall Adapted Waterfall Spiral Object-Oriented Prototyping ซึ่งการทำ Quality Assurance นั้นต้องทำตั้งแต่ขั้นตอนแรกไปจนถึงขั้นสุดท้าย นั้นก็คือตั้งแต่การกำหนดความต้องการ การออกแบบ ไปจนถึงการผลิต หลังจากนั้นก็จะต้องมีการทดสอบ บั้คที่อาจจะเกิดขั้นมีทั้งบั้คที่เกิดจาก software และ hardware โดยเทคนิคการทดสอบมีดังนี้ Walk-through Code-inspection White box Black box Big Bang Performance Load Errror