สิทธิบัตรเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภททรัพย์สินทางอุตสาหกรรม โดยสิทธิบัตรมีความหมาย 2 ประการคือ เป็นเอกสารหรือหนังสือรับรอง และเป็นลักษณะของการให้ความคุ้มครองนั่นก็คือสิทธิพิเศษที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าของสิทธิบัตรมีสิทธิเพียงแต่ผู้เดียวในการแสวงหาประโยชน์จากการประดิษฐ์หรือการออกแบบนั้น

การขอรับสิทธิบัตร

  • เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ ได้แก่การประดิษฐ์ที่ไม่เป็นงานที่ปรากฏอยู่แล้ว งานที่ปรากฏอยู่แล้ว (ดูเพิ่มเติมงานที่ปรากฏอยู่แล้ว)
  • เป็นการประดิษฐ์ที่มีขึ้นการประดิษฐ์สูงขึ้น ได้แก่การประดิษฐ์ที่ไม่เป็นที่ประจักษ์โดยง่ายแก่บุคคลที่มี
    ความชำนาญในระดับสามัญสำหรับงานประเภทนั้น
  • เป็นการประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม ได้แก่การประดิษฐ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ใน
    การผลิตทางอุตสาหกรรม รวมทั้งหัตถกรรม เกษตรกรรม และพาณิชยกรรม

การประดิษฐ์ที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง

  • จุลชีพและส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งของจุลชีพที่มีอยู่ตามธรรมชาติ สัตว์ พืชหรือสารสกัดจาก
    สัตว์หรือพืช
  • กฎเกณฑ์และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
  • ระบบข้อมูลสำหรับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่นภาษาโปรแกรมมิ่ง
  • วิธีการวินิจฉัย บำบัด หรือรักษาโรคมนุษย์ หรือสัตว์
  • การประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี อนามัยหรือสวัสดิภาพของประชาชน

การได้มาซึ่งสิทธิบัตรการประดิษฐ์

การได้รับความคุ้มครองจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ออกสิทธิบัตรให้แล้วเท่านั้น

  • บุคคลที่มีสิทธิขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์
  1. ผู้ประดิษฐ์หรือผู้ออกแบบหรือทายาทของบุคคลดังกล่าว
  2. นายจ้าง หรือผู้ว่าจ้าง หน่วยราชการ องค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ถ้านายจ้างได้รับประโยชน์จากการประดิษฐ์หรือนำสิ่งประดิษฐ์นั้นไปใช้ให้ลูกจ้างมีสิทธิ
    ได้รับบำเหน็จพิเศษจากนายจ้างนอกเหนือจากค่าจ้างตามปกติได้
  3. ผู้รับโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตรจากบุคคลอื่น
  • คุณสมบัติของบุคคลผู้มีสิทธิขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์
  1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลที่มีสานักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
  2. มีสัญชาติของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญา หรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิบัตรซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย
  3. มีสัญชาติของประเทศที่ยินยอมให้บุคคลสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่มีสานักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทยขอรับสิทธิบัตรในประเทศนั้นได้
  4. มีภูมิลาเนาหรืออยู่ในระหว่างการประกอบอุตสาหกรรม หรือพาณิชยกรรมอย่างแท้จริงและจริงจังในประเทศไทย หรือประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญา หรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิบัตร ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ”
  • การขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์
  1. คำขอรับสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ 1. คำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ 2. คำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ และ 3. คำขอรับอนุสิทธิบัตร โดยมีส่วนประกอบดังนี้
  1. แบบพิมพ์คาขอและเอกสารประกอบ
  2. รายละเอียดการประดิษฐ์
  3. ข้อถือสิทธิ
  4. รูปเขียน (ถ้ามี)
  5. บทสรุปการประดิษฐ์

2. การยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์

นำคำขอไปยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ สานักงานพาณิชย์ จังหวัด หรือหน่วยงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย หรือส่งคำขอโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ใดที่หนึ่งดังกล่าวมาข้างต้น

ขั้นตอนการพิจารณาออกสิทธิบัตรการประดิษฐ์

  • การตรวจสอบเบื้องต้น
  • การประกาศโฆษณาคาขอ
  • การคัดค้าน
  • การตรวจสอบการประดิษฐ์
  • การรับจดทะเบียนและออกสิทธิบัตร

สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตร

  • สิทธิบัตรการประดิษฐ์ให้มีอายุยี่สิบปีนับแต่วันขอรับสิทธิบัตรในราชอาณาจักร ไม่รวมระยะเวลาในการดำเนินคดี
  • ในกรณีสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์ สิทธิในการผลิต ใช้ ขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขายหรือนำเข้ามาใน
    ราชอาณาจักรซึ่งผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตร
  • ในกรณีสิทธิบัตรกรรมวิธี สิทธิในการใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตร ผลิต ใช้ ขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขาย
    หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตร
  • ผู้ทรงสิทธิบัตรมีสิทธิใช้คำว่า “สิทธิบัตรไทย” หรืออักษร สบท. หรืออักษรต่างประเทศที่มีความหมาย (37)
    เช่นเดียวกัน ให้ปรากฏที่ผลิตภัณฑ์
  • ผู้ทรงสิทธิบัตรจะอนุญาตให้บุคคลใดใช้สิทธิตามสิทธิบัตรของตน หรือ จะโอนสิทธิบัตรให้แก่บุคคลอื่นก็ได้ (38)
  • ผู้ทรงสิทธิบัตรจะกำหนดเงื่อนไข ข้อจำกัดสิทธิ หรือค่าตอบแทนในลักษณะที่เป็นการจำกัดการ
    แข่งขันโดยไม่ชอบธรรมไม่ได้
  • ผู้ทรงสิทธิบัตรจะกำหนดให้ผู้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรชำระค่าตอบแทนสำหรับการใช้
    การประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรหลังจากสิทธิบัตรหมดอายุ ไม่ได้
  • ในกรณีที่มีผู้ทรงสิทธิบัตรร่วมกัน ถ้ามิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ผู้ทรง
    สิทธิบัตรร่วมแต่ละคนมีสิทธิใช้สิทธิตามมาตรา 36 และมาตรา 37 โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ทรงสิทธิบัตรร่วมคนอื่นแต่การอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรหรือการโอนสิทธิบัตรตามมาตรา 38 ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ทรงสิทธิบัตรร่วมทุกคน

โดยยกเว้น

  • การกระทำใดๆ เพื่อประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง หรือวิจัย ทั้งนี้ ต้องไม่ขัดต่อการใช้
    ประโยชน์ตามปกติของผู้ทรงสิทธิบัตร และไม่ทำให้เสื่อมเสียต่อประโยชน์อันชอบธรรมของผู้ทรงสิทธิบัตรเกิน
    สมควร
  • การผลิตผลิตภัณฑ์หรือใช้กรรมวิธีดังที่ผู้ทรงสิทธิบัตรได้จดทะเบียนไว้ซึ่งผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ หรือผู้ใช้
    กรรมวิธีดังกล่าวได้ประกอบกิจการ หรือมีเครื่องใช้เพื่อประกอบกิจการดังกล่าวโดยสุจริตก่อนวันยื่นขอรับ
    สิทธิบัตรในราชอาณาจักร
  • การเตรียมยาเฉพาะรายตามใบสั่งแพทย์ โดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือผู้ประกอบโรคศิลปะ
  • การกระทำใดๆ เกี่ยวกับการขอขึ้นทะเบียนยา โดยผู้ขอมีวัตถุประสงค์ที่จะผลิต จำหน่าย หรือนำเข้า
    ซึ่งผลิตภัณฑ์ยาตามสิทธิบัตรหลังจากสิทธิบัตรดังกล่าวสิ้นอายุลง
  • การใช้อุปกรณ์ซึ่งเป็นการประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับตัวเรือ เครื่องจักรหรืออุปกรณ์อื่นของ
    เรือ
  • การใช้อุปกรณ์ซึ่งเป็นการประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับการสร้างการทำงาน หรืออุปกรณ์อื่นของอากาศยาน ในกรณีที่อากาศยานหรือยานพาหนะดังกล่าวได้เข้ามาใน
    ราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวหรือโดยอุบัติเหตุ
  • การใช้ ขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขาย หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรหากผู้
    ทรงสิทธิบัตรได้อนุญาต หรือยินยอมให้ผลิตหรือขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว

การชำระค่าธรรมเนียมรายปี

รายละเอียดเพิ่มเติม http://unitcost.fda.moph.go.th/cl/document_file/document_20080131105222-1.pdf