ปัญหาเกี่ยวข้องกับการรับส่งคลื่นวิทยุ

Near-Far

เป็นปัญหาที่พบเจอได้ง่ายที่สุดนั่นคือ อุปกรณ์ที่มีกำลังส่งสูงอยู่ใกล้กับเครื่องรับสัญญาณ ทำให้อุปกรณ์ที่อยู่ไกลเครื่องรับสัญญาณ แต่มีกำลังส่งต่ำกว่า ไม่สามารถติดต่อกับเครื่องรับสัญญาณได้ เนื่องจากกำลังส่งของเครื่องที่สูงกว่า overcome เครื่องที่ต่ำกว่า การแก้ไขที่ง่ายที่สุดคือ ย้ายเครื่องที่มีกำลังส่งสูงออกห่างจากเครื่องรับสัญญาณหรือลดกำลั่งส่งลง ตัวอย่างที่เห็นได้บ่อย ถ้าใครลองใช้คอมใกล้ๆ Mac Book จะสังเกตได้ว่าสัญญาณของเครื่องเราจะ drop ลงหรือในบ้างครั้งก็ไม่สามารถใช้งานได้เลย

All-Band Interference

เกิดจากการใช้อุปกรณ์ที่ทำงานอยู่ในช่วงคลื่นความถี่เดียวกัน ด้วยกัน โดยมักจะเกิดกับการใช้งาน 802.11 b/gรวมกับ Bluetooth เนื่องจาก bluetooth ใช้ FHSS ที่จะทำการเปลี่ยนความถี่ไปเรื่อยๆ ทำให้ไปชนกับ 802.11b/g ทำให้เกิดการ corrupt ส่งผลให้ต้องมีการ retransmission ทำให้ throughput ลดลง

Co-location Throughtput

ปัญหานี้เกิดจากการที่ 802.11b/g  มี bandwidth มี ch ให้เลือกใช้แค่ 1 6 11 และ ch เหล่านี้จริงๆแล้วก็ยังมีการคาบเกี่ยวกันอยู่ ไม่ได้อิสระจากกันอย่างแท้จริง ทำให้ ถ้าเกิดมีการนำเอา access point ไปวางใกล้ๆกัน เพื่อทำ cell overlap ที่มีระยะห่างน้อยเกินไป ch ที่อยู่ติดกันก็ยังจะกวนกันอยู่ดี การแก้ปัญหาคือใช้แค่ ch 1 และ 11

http://en.wikipedia.org/wiki/File:2.4_GHz_Wi-Fi_channels_(802.11g_WLAN).svg

ขั้นตอนของการเชื่อมต่อ(สำหรับการ trouble shooting)

1. Scan หา access point ทุกๆ 60 วินาที โดยจะส่ง probe request frame ออกไป แล้ว AP จะตอบกลับมาด้วย beacon frame ที่มี SSID และความต้องการในการเชื่อมต่อของ access point เหล่านั้นอยู่

2. เลือก access point จากความสามารถของ client กับ ap ว่าตรงกันหรือไม่ และ SSID ตรงกับที่ผู้ใช้เลือกไว้หรือไม่ เมื่อได้แล้วจะทำการเลือก AP ที่มีสัญญาณแรงที่สุด

3. ทำการ authen เข้ากับ AP ผ่าน protocol ที่ได้ตกลงกันไว้

4. associate กับ AP หลังจากมีการ authen เสร็จแล้ว

5. รอรับ IP Address โดยอาจจะใช้ DHCP, Manual หรือ APIPA สำหรับ windows เท่านั้น โดยจะทำงานก็ต่อเมื่อไม่มี DHCP ตั้งอยู่ โดยจะได้ชุด IP เป็น 169.254.x.x