500 กิโลเมตรแรกกับ Fiesta Ecoboost ข้อดี

  • อัตราเร่งดีมากๆ มากเกินไปสำหรับในเมืองด้วยซ้ำ
  • ช่วงล่างเกาะโค้งมั่นใจ ข้างหลังนิ่มไปนิด
  • พวงมาลัยไฟฟ้าทำงานได้ดีในทุกย่านความเร็ว ความเร็วต่ำไม่เบาเกิน ความเร็วสูงก็ยังแม่นยำ
  • พื้นที่ผู้โดยสารด้านหน้า เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Jazz
  • เบรคนุ่ม แป้นเบรคไม่สูงเกิน กำลังพอเหมาะ
  • เกียร์ 3 – 4 -5 -6 ทำงานได้ดี

ข้อเสีย (เรียงจากกวนใจมากไปน้อย)

  • ในโหมด D เมื่อชะลอความเร็ว เกียร์ 2 -> 1 ยังทำได้ไม่ดี มีอาการสะดุด ให้เห็น เหมือนกับการขับรถเกียร์ธรรมดา เช่นจากเกียร์ 2 ลงมาเกียร์ 1 แต่ปล่อยคลัชทันที ทำให้รถสะดุด ซึ่งเป็นบ้างไม่เป็นบ้าง ยังไม่รู้ว่าเกี่ยวกับอะไร    แต่จริงๆระบบคอมไม่น่าตัดเข้าเกียร์ 1 จนกว่าจะมีการเหยีบคันเร่ง ควรจะปล่อยไหลด้วยเกียร์ 2 ไปเรื่อยๆน่าจะเหมาะสมกว่า จนความเร็วไม่ได้สุดๆแล้วค่อยกลับมาเกียร์ 1
  • ในโหมด D บางครั้งการเปลี่ยนเกียร์จาก 2 -> 3 ยังรอรอบสูง เช่นต้องเร่งให้เกิน 2800 รอบถึงจะเปลี่ยนไป 3 บางครั้งก็ไม่รอ (2 พันกว่ารอบแล้วเปลี่ยนเป็น 3) ก็ไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไรอีก**
  • มีอาการ Shudder (สั่น) จากเกียร์ต่ำ ในความเร็วคงที่ แต่สังเกตุได้ยาก จนอาจจะคิดไปเอง

ข้อคิดเห็น

  • เบาะนั่งด้านหน้าออกแบบมาค่อนข้างแข็งเมื่อเทียบกับด้านหลัง ความแข็งน่าจะใกล้ๆกับ teana J33 ส่วนด้านหลังนั้นนิ่มกว่า แต่ไม่มีคนนั่ง
  • ไฟเลี้ยวด้านซ้ายมือ น่าจะย้ายมาด้านขวา
  • เครื่องเสียง เสียงดีมากจนเกินความคาดหมาย
  • อยากได้ช่วงล่างแข็งกว่านี้อีกนิด ให้อารมณ์สมกับเครื่อง ecoboost
  • เครื่องยนต์เงียบ แต่พัดลมดังเกินไป

อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน Fiesta Ecoboost @500km

  • 80 Km/h @ 1800 rpm (6th gear) ประมาณ 4.1-4.5L/100km
  • 90 Km/h @2000 Rpm (6th gear) ประมาณ 4-5L/100km
  • 110 Km/h @ xxxx Rpm (6th gear) ประมาณ 5.5L/100Km

วิ่งตามปกติในเมือง 20% นอกเมือง 80% ไม่เกิน 110 ถังแรกได้มา 16 กิโลเมตรต่อลิตร ทั้งหัวจ่ายและคอมพิวเตอร์ใกล้เคียงกัน (Gas sohol 95) สรุปเหมาะกับการวิ่งนอกเมืองรถไม่ติด ในเมืองยังน่ารำคาญกับเรื่องเกียร์ 1-2 ไม่นึกว่า Ecoboost เกียร์กระตุก แต่ก็คิดไว้แล้วละว่ามันลูกเดียวกับ Fiesta ตัวอื่นๆ คงได้เจอแน่ๆ การแก้ไขที่รู้สึว่าได้ผลก็คือ ซัดคันเร่ง วิ่งเร็วๆ ถ้า 5000 โลแล้วยังไม่หาย คงต้องเข้าไปรีเซทกับ learning gear ใหม่ละมั้ง ***ตอนขับรถทดลองขับ ไม่เจออาการเหล่านี้***

**จากการลองสังเกตปัญหานี้มาเป็นระยะเวลานานพบว่า จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราเปิดแอร์ หลังจาก start รถทันที หรือภายใน 4-5 นาทีหลังจากนั้น แต่ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นในหน้าหนาว หรือตอนที่อุณหภูมิภายนอกรกต่ำ วิธีแก้ไขที่ทำอยู่ตอนนี้คือรอ ประมาณ 5 นาทีค่อยเปิดแอร์ หรือใช้โหมด M ไปสักพักเดี๋ยวมันก็หายเอง แล้วก็มีข้อสังเกตอีกว่า ไดชาร์จทำงานหลังสตาร์ท ประมาณ 13.8 V พอเปิดแอร์ปุ๊ปตัดกลับไป 12.x เหมือนไดชาร์จไม่ทำงานซะงั้น

ครบ 5 หมื่นกิโลแล้ว

เจอปัญหาดังต่อไปนี้

  1. น้ำหล่อเย็นรั่วมาจากฝาหน้าเครื่อง (ครอบสายพายไทม์มิ่ง) แก้ไขโดยการเปลี่ยนฝาหน้าและซีลต่างๆ
    1. หลังจากซ่อมแล้วก็ยังเหมือนจะมีอะไรบ้างอย่างทำให้มันซึมหายไปอย่างช้าๆ แล้วก็หยุดที่กึ่งกลาง min กับ max ? แต่มันดันพอดีกับระยะห่างในการ service แต่ละครั้ง เดี๋ยวต้องลองเอาไปทำ pressure test ก่อนหมดประกัน
  2. กรองน้ำมันเครื่องรั่ว (แตก) ใช้ไประมาณ 10000 กิโล (หลังจากเข้า 0 เปลัี่ยนฝาหน้า) กรองน้ำมันเครื่องแตก สาเหตุไม่ทราบ เดาว่าช่างใช้ประแจไขกรองน้ำมันเครื่องแน่นเกินไป
  3. ช่วงล่างหน้าเสียงดังเวลาผ่านทางขรุขระ หรือเนินชะลอความเร็ว เดาว่ายางรองเบ้าโช้คขาด แต่มองไม่เห็น ต้องถอดโช่คออกมา เลยยังปล่อยไปก่อน
  4. ประตูท้าย (ฝาท้าย) ดังเวลาผ่านทางขรุขระ เกิดจาก ระยะห่างระหว่าง เหล็กตัว U กับตัวล็อคประตูมีมากเกินไป (สามารถปรับตั้งได้ แต่ไม่มี 6 เหลี่ยมเบอร์ใหญ่) เลยเอาเทปพันสายไฟมาพัน เงียบกริบ
  5. สปอยเลอร์หลังหลวม น่าจะขันไม่แน่นมาจากโรงงาน
  6. น้ำมันเครื่อง 0 บอกว่าให้ใช้ของแพง 5w-20  แต่ในคู่มือเมืองไทยมันเขียน 5w-30 (ของอังกฤษ 5w-20) สงสัยเป็นเมืองร้อนเลยต้องเพิ่มเป็น 30 รึเปล่า ก็เลยใช้ของถูกต่อไปดีกว่า

อัตราสิ้นเปลือง ยังใกล้เคียงกับข้างบนที่ได้จดไว้ ลองขับแบบประหยัด (Hypermiler) ถ้าวิ่งรถไม่ติดเลย ตามหลังรถบรรทุกห่างสัก 2 คันรถ ที่ความเร็ว 80 km/hr จะได้อัตราสิ้นเปลืองประมาณ (เฉลี่ย 10 กิโลเมตร) 3.0-3.3 Lt/100km ตีไปว่า 25Km/lt ++ ละกัน เผื่อมันคลาดเคลื่อน

ผมจะพยายามใช้ไปเรื่อยๆจะกว่าไม่มีปัญญาซ่อม หรือค่าซ่อมเกิน 5 หมื่น ละกัน ในคลับก็มีคนเขียนว่าไปเปลี่ยนคลัชมา ค่าคลัช 7 หมื่นกว่าบาท เราไปเปิด tascaparts.com ดูก็เห็นมันใช้รุ่นเดียวกันกับตัว 1.6  ราคาประมาณหมื่นนึงแค่นั้น ไม่รู้ใครผิดใครถูก

สรุป

  • การบริการยังแย่
  • คุณภาพของช่างก็ไม่ไหว มาหลอกเราว่าคราบ Coolant เหนียวมาก เช็ดไม่ออก ไม่เช็ดให้ (บอกเค้าว่าช่วยเช็คคราบ  coolant ตรงที่รั่วให้หน่อย รอบหน้าถ้ารั่วอีกจะได้เห็นชัดเจน) ไอ้เราเอาผ้าชุบน้ำเช็ดก็ออกละ -_-
  • ความรู้ของคนในศูนย์เอง ก็ยังน่ากังขา เหมือนไม่มีใครอ่านคู่มือว่าจริงๆน้ำมันเกียร์ให้เปลีย่นทุก 2 ปี ถ้าใช้ในสภาพแวดล้่อมที่เกิน 35 องศา*  ทั้ง Ranger  ทั้ง Fiesta เลยมั้ง

*ตรวจสอบกับคู่มือรถอีกทีนะ

คันหน้าก็คงไม่ซื้อ Ford ละ  เหมือนโดนหลอกซื้อเครื่อง  Ecoboost 1.0 ที่ได้รับรางวัล (ทางด้าน Performance & driveability ) แต่ว่ามี defect ที่ไม่ยอม recall ต้องรอให้มันพังก่อน ลองคิดเล่นๆว่า คนที่ซื้อ ford เค้าก็กล้าลอง แล้วก็กล้าจะเติบโตไปพร้อมกับ Ford คนที่ซื้อ fiesta เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนนี้เค้าอาจจะมีเงินซื้อ Focus แล้วก็ได้ แต่เค้าก็ไม่ซื้อเพราะสิ่งที่เค้าได้รับได้เจอรึเปล่า (ลดเป็นแสนก็ไม่ได้เงินผมหรอก ยกเว้นรุ่นท้อปลดสัก 2 แสนห้า ผมอาจจะซื้อ 😛 )? เทียบกับพ่อผมที่ใช้ Ranger เห็นรถมันขับดีไม่มีปัญหา (2012) ใช้มา 5 ปี จะเปลี่ยนคันใหม่ ก็ยังไปหยิบ brochure Ranger รุ่นใหม่มาดู (ขนาดบ่นศูนย์บริการแย่ๆๆ กว่าผมเยอะ คิดดู)

Advertisements